เนสท์เล่ห่วง เด็กไทยอดอาหารเช้า ส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กระทบคุณภาพประชากรในอนาคต

กลับไปหน้าข่าวประชาสัมพันธ์พ.ค. 8, 2554



  • เด็กไทย ร้อยละ 20 รับประทานอาหารไม่ครบ 3 มื้อ ในจำนวนนี้ร้อยละ 60 งดรับประทานอาหารเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญที่สุด
  • ระบุชีวิตยามเช้าเร่งรีบ เวลาน้อย ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้า เป็นสาเหตุหลัก
  • การรับประทานอาหารเช้าที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เป็นการกำหนดพฤติกรรมการกิน เพื่อสุขภาพและพัฒนาการในอนาคต
  • แนะนำคุณแม่จัดอาหารเช้า ซีเรียล โฮลเกรน สะดวก มีประโยชน์และรสชาติอร่อยถูกใจเด็กๆ เพื่อความพร้อมเต็มที่ทุกกิจกรรม

โรงแรมเรอเนสซองซ์ (10 พฤษภาคม) -- เนสท์เล่ ย้ำความสำคัญเรื่องการรับประทานอาหารเช้าของเด็กวัยเรียน ห่วงเด็กไทยร้อยละ 20 ทานอาหารไม่ครบมื้อ ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 60 ไม่ได้ทานมื้อเช้า ซึ่งส่งผลให้ ขาดความพร้อมในการเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ สร้างปัญหาด้านสุขภาพ พัฒนาการและสติปัญญาในระยะยาว แนะนำอาหารเช้าซีเรียล โฮลเกรน ทางเลือกที่สะดวก ประหยัดเวลา ให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน และยังมีรสชาติอร่อย

ศิริพร เรืองธัมมกิจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเช้าซีเรียล บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เผยถึงผลการวิจัยของเนสท์เล่ จากกลุ่มตัวอย่างคุณแม่ชาวไทยที่มีลูกในวัยเรียนจำนวน 175 คนและ คุณแม่ชาวสิงคโปร์ 205 คน บ่งชี้ว่า เด็กไทยมีเวลาเตรียมตัวในช่วงเช้าน้อยกว่า เนื่องจากเกือบร้อยละ 80 ของเด็กไทยต้องตื่นนอนตอนเช้า ก่อน 07:00 น. จะต้องออกเดินทางไปโรงเรียนตั้งแต่เวลา 07:30 น. ทำให้มีเวลาเฉลี่ยครึ่งชั่วโมง ที่คุณแม่จะต้องปลุกลูกๆ ขึ้นจากที่นอน ทำกิจวัตรยามเช้า

ปัญหาที่ตามมาก็คือความยากในการจูงใจให้ลูกทานอาหารเช้า ซึ่งผลการวิจัยของเนสท์เล่ ยังระบุด้วยว่า ปัญหาหลักของคุณแม่ในช่วงเช้า คือความเร่งรีบ ลูกทานอาหารช้า และลูกเลือกอาหาร ทำให้คุณแม่ต้องพยายามหาอาหารเช้าที่เหมาะสม คือครบทั้งคุณค่าทางโภชนาการและต้องอร่อยถูกปากลูก ในขณะเดียวกัน ก็ต้องใช้เวลาจัดเตรียมน้อยด้วย

การได้รับอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพตั้งแต่มื้อแรกของวัน ทำให้ร่างกายมีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งเรียนและเล่นอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้มีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมไปตลอดทั้งวัน

เนสท์เล่ ซีเรียล เป็นทางเลือกสำหรับอาหารเช้าเพื่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดี เพราะเนสท์เล่ ซีเรียล ทำจากโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ด ซึ่งเป็นธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี จึงคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ครบถ้วน เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ให้พลังงานอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ รสชาติอร่อย และใช้เวลาเตรียมน้อย เพียงแค่เติมนม เสริมด้วยผลไม้ เด็กๆ ก็จะพร้อมเต็มที่สำหรับทุกกิจกรรม



ผู้เชี่ยวชาญทางโภชนาการ ทวีทรัพย์ เหลืองนทีเทพ กล่าวว่า ข้อมูลผลการสำรวจพฤติกรรมการกินอาหาร โดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าเด็กไทยช่วงอายุ 6-14 ปี ประมาณร้อยละ 20 ทานอาหารไม่ครบทั้ง 3 มื้อ และในจำนวนนี้ มีถึงร้อยละ 60 ที่ไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้า โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ความรีบเร่ง ต้องตื่นเช้ามาก ไม่มีใครเตรียมอาหารเช้าให้ หรือไม่หิว ไม่อยากทานอาหารเช้า1

“ผลการวิจัยนี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผลวิจัยของเนสท์เล่เรื่องการรับประทานอาหารเช้าของเด็กวัยเรียน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเด็กไทยกับสิงคโปร์ พบว่า เด็กไทยมีเวลาเตรียมตัวทานอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียนน้อยกว่าเด็กสิงคโปร์ เพราะเฉลี่ยแล้วเด็กไทยต้องตื่นเช้ากว่าเพื่อไปให้ทันโรงเรียน” ทวีทรัพย์ กล่าว

สำคัญมากที่คุณแม่จะต้องเข้ามามีบทบาทในการวางรากฐานทางโภชนาการเพื่อสุขภาพและพัฒนาการที่สมบูรณ์สำหรับลูก เพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญทางโภชนาการ อธิบายว่า ส่วนใหญ่เด็กวัยเรียนจะเข้านอนเวลาประมาณ 3 ทุ่ม และรับประทานอาหารเช้าประมาณ 7 โมงเช้า เท่ากับว่าร่างกายของเขาไม่ได้รับพลังงานถึง 10 ชั่วโมง และถ้าไม่ได้รับประทานอาหารเช้าอีก ข้ามไปทานอาหารเที่ยงเลย นั่นคือร่างกายของเขาจะขาดพลังงานต่อเนื่องถึง 15-16 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลถึงพัฒนาการทั้งทางสติปัญญาและการเจริญเติบโตของร่างกาย

การรับประทานอาหารเช้า เป็นการปลุกและเติมพลังให้ระบบต่างๆ ของร่างกายกลับมาทำงานอย่างเต็มที่หลังพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน มีผลการวิจัยระบุว่า เด็กที่รับประทานอาหารเช้าที่ถูกหลักโภชนาการ จะมีความจำดี มีสมาธิในการเรียน มีทัศนคติที่ดีต่อการไปโรงเรียน เข้าสังคมและร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างกระตือรือร้น

นอกจากนั้น อาหารเช้าควรมีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนหรือโฮลเกรน “แทนที่จะให้ทานฮอทด็อก แซนด์วิช ที่ใช้ขนมปังขาวหรือข้าวขาว คุณแม่อาจเลือกใช้ขนมปังโฮลเกรน และข้าวกล้องแทน เนื่องจากอาหารเหล่านี้เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่จะถูกร่างกายย่อยอย่างช้าๆ และค่อยๆ ปลดปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง หรือจะให้ลูกรับประทานซีเรียลโฮลเกรนกับนมสดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวก ง่าย ประหยัดเวลา และได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำ

โฮลเกรน มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่จะค่อยๆ ปลดปล่อยพลังงานเข้าสู่ร่างกาย ทำให้มีพลังงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงมื้อถัดไป จึงช่วยเพิ่มความตื่นตัว มีสมาธิในการเรียนส่งให้ผลการเรียนดี และไม่รับประทานจุบจิบ ที่จะทำให้อ้วนง่าย ทั้งยังสร้างพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง อันเป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดีและ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยต่างๆ อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ

ลูกศร ธนาภรณ์ รัตนเสน คุณแม่ผู้เชี่ยวชาญกับการเลี้ยงดูลูกในวัยเรียน ถึง 4 คน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ว่า คุณแม่ส่วนใหญ่ตระหนักดีว่าอาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญ แต่หลายๆ ครอบครัวรู้สึกว่าตอนเช้า เป็นช่วงเวลาเร่งรีบและลูกก็ทานช้ามาก ทานได้น้อย และเลือกอาหาร ดังนั้นความท้าทายของคุณแม่ก็คือ การจัดเตรียมอาหารที่รวดเร็ว มีประโยชน์ รสชาติอร่อยถูกใจลูก

ปุ๊ก พัณณ์ชยา สิทธิ์เศรษฐกุล ที่มาพร้อมกับน้องเจแปน ให้ความเห็นว่า “การจัดการอาหารเช้าให้ลูก เป็นเรื่องสำคัญมาก และถ้าไม่ลงมือทำเองก็ยากจะให้ลูกได้รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ดังนั้น ใน วันทำงานจึงเลือกซีเรียล โฮลเกรน ให้ลูกเพราะทำง่าย ทานง่าย เพียงเติมนม ก็ได้อาหารเช้าที่มีประโยชน์แล้ว ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ก็ไปโรงเรียนได้ ดีกว่าจะปล่อยให้เด็กๆ ไปซื้อทานกันหน้าโรงเรียน เพราะเราเอง ก็ไม่แน่ใจว่าอาหารพวกนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการ ใส่วัตถุปรุงแต่งอะไรบ้าง มีไขมันมากไปหรือเปล่า ให้ลูกทานซีเรียล โฮลเกรน เป็นมื้อเช้าไปเรียบร้อยแล้ว เราก็สบายใจได้ว่าลูกอิ่มและมีพลังงานเพียงพอที่จะเรียนและเล่นสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ตามวัย”

จอย อัจฉริยา นิติพน คุณแม่ของน้องแอลลี่ สาวน้อยวัยซน แบ่งปันประสบการณ์แบบคุณแม่ว่า “เด็กในวัยนี้ก็มีความคิดสร้างสรรค์และมีความเป็นตัวของตัวเอง และชอบที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ถ้าจะให้ น้องแอลลี่ทานอาหารเช้าได้ง่ายและเร็ว การให้ลูกมามีส่วนร่วมในการเตรียมก็ช่วยได้ อย่างตอนเช้าก็เตรียมซีเรียล ผลไม้นิดหน่อย และ นมไว้ให้ แล้วให้น้องแอลลี่เลือกซีเรียลกับผลไม้ที่ชอบเอง น้องก็จะทานอาหารเช้าอย่างมีความสุข และพร้อมที่จะไปเล่นและไปเรียนกับเพื่อนๆ อย่างร่าเริง ซึ่งเวลาแอลลี่เลือกอาหาร จอยก็จะสอนลูกด้วยว่าอะไรดีมีประโยชน์ แอลลี่จะได้มีความมั่นใจและรู้จักเลือกทานอาหารหรือขนมที่ดีต่อสุขภาพ”

 

ปุ้ม ปัทมาศ วู้ดวาร์ด คุณแม่นางแบบของน้องโธมัส ที่มุ่งมั่นในการปูพื้นฐานเพื่อสุขภาพที่ดีของลูก “การเลือกซื้อของกินให้ลูก ปุ้มจะอ่านฉลากโภชนาการอย่างละเอียด เพราะอยากจะแน่ใจว่าลูกได้รับคุณค่าอาหารครบถ้วน อย่างซีเรียล ก็ต้องเลือกที่เป็นโฮลเกรน เพราะเป็น คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่สร้างพลังงานให้กับร่างกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แค่รู้คนเดียวไม่พอ ปุ้มยังเอาไปคุยกับคุณตา คุณยายและพี่เลี้ยงของน้องด้วย จะได้ช่วยกันดูแล วางพื้นฐานให้เขาตั้งแต่เด็ก จะเป็นการสร้างพฤติกรรมที่ถูกต้อง มีส่วนช่วยให้ลูกๆ แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคต่างๆ อยากให้เขาโตขึ้นอย่างมีสุขภาพดีและ มีพัฒนาการที่สมบูรณ์ค่ะ”


ดาวน์โหลดไฟล์ 602KB, pdf

1ข้อมูลผลการสำรวจพฤติกรรมการกินอาหารของเด็กอายุ 6 – 14 ปี จากจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 5,958 คน ทั่วประเทศ
จากรายงานการสำรวจด้านโภชนาการและสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 – 2552 โดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข