Back to all stories
3 minutes read

ใครบ้างที่จะไม่ชอบความยั่งยืน จริงมั๊ย?

เรามักจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ ว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ก่อนที่เราจะไปดูบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก เราควรมาทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำนี้เสียก่อน

คำว่าความยั่งยืนอาจทำให้เกิดภาพของถุงชาที่นำไปรีไซเคิล หรือผักที่ปลูกเองในบ้าน แต่สำหรับธุรกิจระดับโลกมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ คำว่าความยั่งยืนมีความหมายอย่างไร

องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดความหมายของคำว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนเอาไว้ว่าคือ "การพัฒนาที่ตอบสนองต่อความต้องการในปัจจุบันโดยไม่สูญเสียความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการในอนาคต"

บริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลกคือบริษัทที่ทุ่มเทในการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมไปกับการเพิ่มผลกระทบในเชิงบวกของบริษัทให้มากที่สุด

ถึงแม้ว่าแผนผังนี้จะดูเหมือนเครื่องจักรแห่งความยั่งยืนที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ แต่จริงๆ แล้ว นี่คือแผนผังที่แสดงการประเมินอันซับซ้อนเพื่อใช้ในการวัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทแต่ละบริษัทเพื่อคำนวณดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ (DJSI)

DJSI เป็นเครื่องมือวัดที่ยอมรับกันทั่วโลกซึ่งใช้ในการวัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด 2,500 แห่ง โดยแบ่งเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมในแต่ละเซ็กเตอร์หลักๆ ห้าเซ็กเตอร์ดังนี้

รถยนต์

BMW, ประเทศเยอรมัน

DJSI ระบุว่า BMW เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยผลการดำเนินงานทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดีเยี่ยม การปรับปรุงประสิทธิภาพของบริษัทนำไปสู่การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่อกิโลเมตรโดยเฉลี่ย 3.3 % ในช่วงปีที่ผ่านมา

ดัชนีนี้แสดงว่านอกจากจะมีผลการดำเนินงานทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมแล้ว BMW ยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีผู้อยากทำงานด้วยมากที่สุดในโลก โดยบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้าศึกษาและฝึกอบรมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทยังได้แสดงให้เห็นถึงพันธสัญญาในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนได้อย่างน่าประทับใจ

สินค้าอุปโภคบริโภค

LG Electronics, เกาหลีใต้

LG ได้ตั้งเป้าหมายที่จะไปสู่ ‘Greener 2020’ ซึ่งรวมไปถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% รวมทั้งเพิ่มธุรกิจสีเขียวใหม่ๆ 15%

ดัชนี DJSI ระบุว่าตั้งแต่ปี 2008 LG ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดรวมเป็น 353,000 ตัน ด้วยแนวทางการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ช่วยให้ LG สามารถลดน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์และค่าใช้จ่ายทางด้านโลจิสติกส์ลง

LG ได้ลงทุน 91% ของงบประมาณการลงทุนทางด้านสังคมไปในโครงการต่างๆ สำหรับชุมชน โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคของบริษัทในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เปิดให้สาธารณชนได้นำไปใช้

อาหารและเครื่องดื่ม

Nestlé, สวิตเซอร์แลนด์

ด้วยคะแนนรวม 92 จาก 100 (pdf, 600Kb), เนสท์เล่ได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ในมิติทั้งสามมิติได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม

ดัชนี DJSI ได้ให้การยกย่องบริษัทต่อขั้นตอนการดำเนินงานอันดีเยี่ยมของบริษัทในการผนวกเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้าไว้ในนโยบายด้านการจัดการซัพพลายเออร์ รวมทั้งความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมนี้ทางด้านสุขภาพและโภชนาการ

การที่ดัชนี DJSI ได้ให้คะแนนด้านสิ่งแวดล้อมของเนสท์เล่ 100 คะแนนเต็ม ถือเป็นการยอมรับต่อความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำให้ผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตัวอย่างเช่น ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนสท์เล่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเกษตรกรในท้องถิ่นเพื่อเปิดโรงผลิตแก๊สชีวภาพจากผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งใช้มูลปศุสัตว์ในการผลิตพลังงานสีเขียวสำหรับโรงงานน้ำแร่บรรจุขวด Henniez และส่งเข้าระบบจำหน่ายไฟฟ้าของสวิตเซอร์แลนด์

โดยเกษตรกรจะได้รับปุ๋ยคอกที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเป็นการตอบแทน และเนสท์เล่ยังให้ความช่วยเหลือในการดูแลสิ่งแวดล้อมภายในท้องถิ่นอีกด้วย โครงการดังกล่าวเหล่านี้ช่วยให้บริษัทได้คะแนนดัชนี DJSI ถึง 98 จาก 100 คะแนนทางด้านสังคมที่มีความทุ่มเทและมุ่งสร้างคุณค่าให้กับสังคมและชุมชนรอบโรงงานได้อย่างยั่งยืน

ผลิตภัณฑ์ครัวเรือน

Unilever, เนเธอร์แลนด์

ดัชนี DJSI ได้เห็นถึงการแสดงออกทางด้านความยั่งยืนในทุกการดำเนินงานของ Unilever

ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Dove ได้รับการยอมรับในโครงการการเห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งท้าทายบรรทัดฐานทางด้านความงามและกระตุ้นให้ผู้หญิงมีความเชื่อมั่นในรูปร่างตนเอง โครงการนี้เข้าถึงวัยรุ่น 19 ล้านคน และทำให้ Dove เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขายดีอันดับต้นๆ ของ Unilever

นอกจากนั้น Unilever ยังมีความก้าวหน้าอย่างน่าประทับใจในการเพิ่มจำนวนตำแหน่งผู้บริหารซึ่งเป็นสุภาพสตรี โดยในปัจจุบัน ตำแหน่งทางด้านบริหาร 45% ภายในบริษัทเป็นของผู้หญิง

แผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนของ Unilever มีเป้าหมายในการลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทลงครึ่งหนึ่ง บริษัทได้ประสบความสำเร็จในการลดปริมาณของเสียที่เกี่ยวข้องกับการนำผลิตภัณฑ์ไปกำจัดทิ้งลงได้ถึง 29% ตั้งแต่ปี 2010

เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์

Hewlett Packard Enterprise Co, สหราชอาณาจักร

DJSI มองเห็นว่า HPE ให้ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างต่อเนื่องในกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท

บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมทางด้านการว่าจ้างพนักงาน การดำเนินการทางด้านการปกป้องความเป็นส่วนตัว แสดงให้เห็นถึงพันธสัญญาของบริษัทที่มีต่อสวัสดิการและสิทธิมนุษยชนของพนักงานและลูกค้า

ดัชนี DJSI ได้เห็นถึงนวัตกรรมทางด้านการบริหารจัดการว่าเป็นจุดแข็งอีกจุดหนึ่งของบริษัท และเป็นทิศทางใหม่ในการดำเนินกลยุทธ์ของบริษัทซึ่งมุ่งเน้นทางด้านการให้บริการและคำปรึกษาอันจะช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในสมรภูมิแห่งใหม่

แล้วเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไร?

เมื่อองค์กรมีการลงทุนในชุมชนที่ดำเนินธุรกิจอยู่ บริษัทเหล่านี้จะกลายเป็นสถานที่ทำงานที่ผู้คนต้องการร่วมงานด้วย การได้ร่วมงานกับนายจ้างที่มีการตอบแทนต่อสังคม ช่วยให้พนักงานเกิดความรู้สึกว่ามีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่น่าอยู่กว่าเดิม

บริษัทต่างๆ ที่มองเห็นคุณค่าในตัวพนักงานทั้งในแง่ปัจเจกบุคคลและสมาชิกของชุมชน จะได้รับความภักดีและความกระตือรือร้นที่มากกว่าจากพนักงาน ซึ่งในท้ายที่สุดจะไปสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนั้น การมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมก็ยังเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังที่จะเห็นจากบริษัทต่างๆ อีกด้วย ผู้คนต้องการเข้าใจผลกระทบของการจ่ายเงินซื้อสินค้าของตนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน บริษัทที่เข้าใจในเรื่องนี้ก็คือบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจของบริษัทอยู่แล้ว