Back to all stories
3 minutes read
หากจะพูดถึงแหล่งกำเนิดของกาแฟแล้ว ก็คงจะเป็นการพูดถึงสถานที่แห่งนี้ ที่ราบสูง Boma ตั้งชันขึ้นไปทางชายแดนด้านตะวันออกของประเทศซูดานใต้ ก่อนที่จะลาดเอียงลงสู่เอธิโอเปียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่ราบสูงแห่งนี้รู้จักกันในชื่อ ‘the cradle of coffee’ เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในโลกนี้ที่ต้นกาแฟเติบโตได้ในป่า

ต้นกาแฟหยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ของดินแดนแถบนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา ความรุนแรงได้นำมาซึ่งการหยุดนิ่งของการผลิตกาแฟ อุตสาหกรรมกาแฟเกือบทั้งหมดถูกทำลายในช่วงระหว่างสงครามซึ่งเกิดขึ้นก่อนการได้รับอิสรภาพของประเทศนี้จากซูดานในปี 2011

พร้อมกับการกำเนิดของประเทศแห่งใหม่ ก็เริ่มมีการหว่านเมล็ดพันธุ์เพื่อนำการปลูกกาแฟกลับมาอีกครั้ง แต่เพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น การสู้รบก็กลับมาอีก

และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งเช่นกัน ที่ความมุ่งมั่นอันเหลือเชื่อของเกษตรกรชาวซูดานใต้ได้นำกาแฟกลับมาอีกครั้ง

เริ่มต้นจากศูนย์

ในช่วงสั้นๆ ที่มีความสงบหลังจากได้รับอิสรภาพ Nespresso ได้เริ่มความร่วมมือกับประเทศซูดานใต้ในการฟื้นคืนชีพการผลิตกาแฟที่มีคุณภาพสูงด้วยความช่วยเหลือขององค์กรซึ่งไม่แสวงหากำไรที่ชื่อว่า TechnoServe.

TechnoServe ช่วยเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับเกษตรกรในท้องถิ่นให้มั่นคง โดยเป็นผู้จัดหาเครื่องมือ ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค และการฝึกสอนเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถปลูกกาแฟที่มีคุณภาพสูงสุด สอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ

Sorting beans 

สหกรณ์กาแฟแห่งแรกก่อตั้งขึ้นในย่านที่เรียกว่า Yei ในซูดานใต้ และมีการสร้างโรงงาน wet mill ตามมาอีกหลายแห่ง โรงงานแปรรูปเหล่านี้จะเปลี่ยนผลกาแฟให้อยู่ในรูปเมล็ดกาแฟเพื่อพร้อมที่จะส่งออก โรงงาน wet mill จะมีบทบาทหลักในการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์กาแฟในขั้นสุดท้าย

นอกจากนี้ โรงงาน wet mill ยังนำประโยชน์โดยตรงมาสู่เกษตรกรอีกด้วย

“โรงงานนี้ช่วยให้ผู้หญิงอย่างฉันทำงานน้อยลง โดยเฉพาะการกระเทาะเปลือก เดิมฉันต้องใช้หินบดหรือครกในการกระเทาะ ในปัจจุบัน เราใช้ wet mill ในกระบวนการแปรรูป" Hellena Atiku หนึ่งในเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ Inutu กล่าว

กาแฟต้นแรก

วันเวลาผ่านไปไม่นานนัก ความมุ่งมั่นของเหล่าเกษตรกรก็บังเกิดผล คำว่า ‘Suluja ti South Sudan’ ในภาษา Kakwa มีความหมายว่า ‘การเริ่มต้นของซูดานใต้’ นอกจากนี้ยังเป็นชื่อของกาแฟกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งของ Nespresso ซึ่งเป็นต้นกาแฟต้นแรกๆ ที่ส่งออกจากซูดานใต้ในปี 2015

จากเดิมที่ประเทศต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเพียงอย่างเดียวเพื่อสร้างรายได้เป็นเงินต่างประเทศ ตอนนี้กาแฟเป็นความหวังใหม่ของซูดานใต้ที่จะเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ

image description 
 

ในช่วงแรกๆ มีเกษตรกรประมาณ 300 คนเข้าร่วมกับสหกรณ์กาแฟ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 730 คน นับตั้งแต่โครงการได้เริ่มขึ้น มีเกษตรกร 1,270 ครัวเรือนได้เข้าร่วมโครงการอบรมอย่างน้อยหนึ่งหลักสูตรซึ่งช่วยเพิ่มทักษะและความรู้ทางด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร

โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนเกษตรกรที่ผ่านการฝึกอบรมเต็มหลักสูตรเป็นจำนวน 8,000 คนภายในปี 2020 ซึ่งนับว่าเป็นงานที่ยากลำบากมากเนื่องจากยังมีความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ทุกคนก็มุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

การปรับตัว

ถึงแม้ว่าการสู้รบเนื่องจากความขัดแย้งทำให้บุคลากรของ TechnoServe ไม่สามารถปฏิบัติงานในซูดานใต้ได้อีกต่อไป แต่ TechnoServe ก็ยังคงให้การสนับสนุนเกษตรกรต่อไป รายการวิทยุประจำสัปดาห์ซึ่งจัดขึ้นโดย TechnoServe ช่วยให้คำปรึกษาเกษตรกรแต่ละราย รวมทั้งติดตามผลการฝึกอบรม

รายการวิทยุดังกล่าวซึ่งผลิตขึ้นจากประเทศอูกันดาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ออกอากาศในภาษาต่างๆ ถึง 3 ภาษา ผ่านทางสถานีวิทยุ Spirit FM ซึ่งเป็นคลื่นที่ได้รับความนิยมมากในซูดานใต้

เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้กลายเป็นชาวไร่กาแฟที่มีความเป็นมืออาชีพและสามารถสร้างรายได้ที่ดีอย่างยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพในการดำรงชีวิตของเกษตรกรเหล่านี้อีกด้วย Paul Stewart, TechnoServe

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับชุมชนในชนบทและ Nespresso ในการเริ่มสร้างอุตสาหกรรมกาแฟขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นแหล่งรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชาวบ้าน 50,000 ครอบครัวในอนาคต” Paul Stewart, ผู้จัดการโครงการกาแฟประจำภูมิภาคของ TechnoServe กล่าว

“ซูดานใต้เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาเป็นอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้กลายเป็นชาวไร่กาแฟที่มีความเป็นมืออาชีพและสามารถสร้างรายได้ที่ดีอย่างยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพในการดำรงชีวิตของเกษตรกรเหล่านี้อีกด้วย”

การเสริมสร้างสันติภาพ

การดำเนินการของ Nespresso ในประเทศซูดานใต้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ The Positive Cup เพื่อปรับปรุงสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของเกษตรกร และเพิ่มความยั่งยืนให้แก่การจัดหาและการบริโภคกาแฟ

จอร์จ คลูนีย์ ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Nespresso ได้เดินทางไปยังซูดานใต้หลายครั้งเพื่อสนับสนุนความพยายามในการยุติความขัดแย้งในประเทศนี้ โดยเขาเชื่อว่ากาแฟมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศนี้.

Coffee capsules 

“ไร่กาแฟมีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในการสร้างสันติภาพท่ามกลางดินแดนที่เปราะบางมากแห่งนี้ เราได้ดื่มกาแฟถ้วยแรกในช่วงฤดูร้อนนี้ และเมื่อเราคิดถึงผู้ที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อนำพาประเทศกลับสู่สันติสุข ทำให้เรารู้สึกว่ากาแฟถ้วยนี้เป็นกาแฟที่มีรสชาติดีกว่าปกติ”

เมื่อไม่นานมานี้ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา USAID ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Nespresso/TechnoServe เพื่อขยายขอบเขตของโครงการนี้ให้กว้างยิ่งขึ้น

USAID จะเพิ่มความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนมากขึ้นในพื้นที่ซึ่งกำลังมีการเริ่มทำไร่กาแฟ กาแฟจะช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรเหล่านี้รวมทั้งครอบครัว เช่นเดียวกับในพื้นที่เดิมซึ่งกำลังมีการเติบโตอยู่แล้ว