Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

สานต่อพันธกิจความยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Recycle
ปัจจุบันขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบในวงกว้าง เนสท์เล่ ในฐานะผู้นำผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มระดับโลก และผู้นำด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อโลกสีเขียวจึงเดินหน้าพันธกิจความยั่งยืนระดับโลกที่มุ่งมั่นเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2568

เนสท์เล่มุ่งมั่นในการปกป้องโลกของเรา โดยเดินหน้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) สู่อนาคตที่ปลอดขยะ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ลดการสร้างผลกระทบต่อโลก และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จ

เนสท์เล่สร้างมิติใหม่ให้วงการกาแฟอย่างต่อเนื่อง หลังจากนำร่องเปลี่ยนซองบรรจุภัณฑ์ด้านนอกของเนสกาแฟ โพรเทค โพรสลิม เป็นซองกระดาษเป็นประเทศแรกของเนสท์เล่ทั่วโลกเมื่อปี 2562 สำหรับในปีนี้ เนสท์เล่ได้เปิดตัวซองลามิเนตที่ออกแบบมาให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ สำหรับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โพรเทค โพรสลิม โดยเป็นความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งศูนย์วิจัยเนสท์เล่ ในการคิดค้นและพัฒนาซองลามิเนตนี้ขึ้นมาได้จนสำเร็จเป็นครั้งแรกของวงการกาแฟโลก ซองลามิเนตชนิดนี้ผลิตขึ้นจากพลาสติกตระกูลเดียวกัน (Mono Structure) ที่มีชื่อเรียกว่า Polyolefin ด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะ โดยเป็นซองลามิเนตที่ออกแบบมาให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้และยังคงประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพของกาแฟตามมาตรฐาน
กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จ
ซองลามิเนตชนิดใหม่นี้สามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการแยกชั้นของพลาสติก แตกต่างจากซองบรรจุภัณฑ์ลามิเนตทั่วไปซึ่งผลิตจากวัสดุหลายชนิดนำมาเคลือบเรียงกันเป็นชั้น ทำให้ต้องผ่านกระบวนการแยกชั้นพลาสติกในแต่ละชั้นของบรรจุภัณฑ์ออกมาก่อน จึงไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ในขั้นตอนเดียว
กลุ่มกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม

กลุ่มกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม

ในปี 2562 เนสท์เล่ได้เริ่มเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟกระป๋อง ลาเต้ และแบล็กไอซ์จากกระป๋องเหล็กเป็นอะลูมิเนียมที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และในปี 2563 เนสท์เล่จะเดินหน้าเปลี่ยนกระป๋องเนสกาแฟ เอสเพรสโซ่ โรสต์ เป็นกระป๋องอะลูมิเนียม ทำให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มทั้งหมดสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100 % โดยหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีของอะลูมิเนียมคือการที่สามารถรีไซเคิลได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จะหลอมใหม่กี่ครั้งก็ยังคงสภาพการใช้งานได้เหมือนเดิม ต่างจากกระป๋องแบบเดิมที่นำมารีไซเคิลได้ยากกว่า ทั้งยังมีน้ำหนักมากและไม่สามารถกดบี้ให้แบนลงได้ทำให้เปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บขยะ
นอกจากดีต่อโลกแล้ว กระป๋องอะลูมิเนียมยังตอบโจทย์คอกาแฟเมืองร้อนอย่างดี ด้วยคุณสมบัติของกระป๋องอะลูมิเนียมที่เย็นเร็ว แช่ไม่นานก็พร้อมดื่มทันที ที่สำคัญ ถึงแม้กระป๋องอะลูมิเนียมจะบางกว่ากระป๋องเหล็ก จึงจำเป็นต้องอัดแก๊สเพื่อสร้างความแข็งแรง แต่จุดเด่นที่มาทดแทน คือ ไม่เกิดสนิม น้ำหนักบรรจุภัณฑ์ลดลงทำให้ขนส่งได้มากขึ้น และไม่ต้องเขย่าก่อนดื่มก็ยังได้รสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อมเหมือนเดิม

กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม

นอกเหนือจากการที่ขวด PET ของน้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ และ มิเนเร่ สามารถรีไซเคิลได้ 100% แล้ว เนสท์เล่ยังได้เปลี่ยนสีขวดน้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ จากสีฟ้าอ่อน ๆ เป็นขวดใส เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนฉลากของขวดน้ำเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ใช้พลาสติกเกรด PP และใช้กาวติดที่สามารถเอามือแกะฉลากออกมาเป็นแผ่นได้เลย ง่ายต่อการนำไปรีไซเคิล นอกจากนี้ น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อผลิตขวดให้แข็งแรงเหมือนเดิม จับขวดแล้วก็ไม่ยวบมือ แต่ใช้พลาสติกผลิตใหม่น้อยลง ลดการใช้ทรัพยากรของโลก โดยตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบันสามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกผลิตใหม่ไปได้ทั้งหมดกว่า 300 ตัน ทั้งนี้ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายที่จะลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2568
กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม
กลุ่มผลิตภัณฑ์ไอศกรีม

กลุ่มผลิตภัณฑ์ไอศกรีม

ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกและเจ้าแรกในตลาดที่เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ซองไอศกรีมที่เป็นกระดาษกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Nestlé Extreme Nama ใน 2 รสชาติ ได้แก่รส Nama Orange และรส Nama Dark Chocolate Brownies โดยเลือกใช้กระดาษที่ผลิตจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ 100% ได้รับการรับรองจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง Forest Stewardship Council (FSC) ว่าใช้วัสดุที่มาจากแหล่งผลิตกระดาษที่สามารถทดแทนได้และมีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ซองไอศกรีมกระดาษนี้เป็นการคิดค้น พัฒนาร่วมกันของทีมเนสท์เล่ไอศกรีมในประเทศไทยและระดับโลก

กลุ่มผลิตภัณฑ์ยูเอชที

ไมโลเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษที่โค้งงอได้เป็นครั้งแรกของวงการยูเอชทีในประเทศไทย โดยเริ่มที่ผลิตภัณฑ์ ไมโล ยูเอชที สูตรน้ำตาลน้อยกว่า 30% และ สูตรไม่มีน้ำตาลทราย เมื่อกลางปี 2563 และ วางแผนขยายการผลิตให้ครอบคลุมครบทุกรสชาติและทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของไมโล ยูเอชทีภายในปี 2564 การเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษรักษ์โลกครั้งนี้จะช่วยลดการใช้หลอดพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านหลอด ภายในปี 2564
กลุ่มผลิตภัณฑ์ยูเอชที
นวัตกรรมหลอดกระดาษโค้งงอได้นี้ มาพร้อมจุดเด่นในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง Forest Stewardship Council (FSC) ผลิตภายใต้มาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ไม่มีกลิ่นกระดาษ จึงไม่มีผลกระทบต่อรสชาติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

ทั้งหมดนี้ คือ บทพิสูจน์แห่งความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ ในการตอกย้ำภารกิจความยั่งยืนระดับโลกที่มุ่งมั่นเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2568 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและดูแลโลกของเราเพื่อคนรุ่นต่อไป

ซื้อผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ :