Back to all stories
2 minutes read

"มันก็คล้ายๆ กับการมีสัตว์เลี้ยงนั่นแหละครับ คุณต้องให้ความรักและความเอาใจใส่กับสัตว์เลี้ยง แล้วสัตว์เลี้ยงก็จะให้ความรักและความเอาใจใส่ตอบแทนคุณ"

ขณะที่ Andrew Griffiths กำลังเล่าเกี่ยวกับสิ่งใหม่ที่กำลังจะเพิ่มเข้ามาที่โรงงานของเนสท์เล่ใน Fawdon ดวงตาของเขาไม่มีแววของความเบื่อหน่าย และบนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่กว้าง

สัตว์เลี้ยงที่เขาพูดถึงไม่ได้หมายถึงแมวในออฟฟิศหรือแพะที่นำเข้ามาเพื่อเล็มหญ้าในสนามไม่ให้ยาว Andrew ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของเนสท์เล่ในสหราชอาณาจักรกำลังพูดถึงโรงงานย่อยขยะแบบไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic digestion plant) ซึ่งเขมือบขยะเหลวหลายแสนลิตรในแต่ละวันเข้าไปในตัวอย่างเงียบๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสีเขียว

ซุปช็อกโกแลต

โรงงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษกำลังผลิตแบรนด์ขนมของเนสท์เล่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในสหราชอาณาจักรหลายแบรนด์ เช่น Rolos และ Fruit Pastilles กระบวนการผลิตขนมหวานเหล่านี้ก่อให้เกิดของเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้จัดการโรงงานซึ่งกำลังมองหาวิธีนำของเสียเหล่านี้ไปใช้งานแทนที่จะนำไปทิ้งได้หันมาใช้เทคนิคที่มีอายุเก่าแก่นานหลายศตวรรษที่เรียกกันว่าการย่อยแบบไม่ใช้ออกซิเจน

production line 

โรงงานนี้มุ่งเน้นไปในการแปรรูปของเสียที่เป็นของเหลวภายในโรงงาน นอกจากนั้น ช็อกโกแลตและขนมหวานที่ถูกคัดออกเนื่องจากไม่เหมาะสมต่อการบริโภค รวมทั้งวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตอื่น เช่น แป้งและน้ำตาล จะถูกย่อยสลายลงเป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนผสมของของเสียเหล่านี้จะถูกละลายให้กลายเป็นของเหลวผ่านทางกระบวนการทำความสะอาดของโรงงาน ให้ได้ออกมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ซุปช็อกโกแลต" (แต่ไม่ได้มีรสชาติอร่อยเหมือนกับชื่อของมัน)

ซุปดังกล่าวนี้จะถูกป้อนเข้าไปในถังสุญญากาศ ภายในถังนี้จะมีกระบวนการย่อยสลายโดยไม่ใช้อากาศเกิดขึ้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการธรรมชาติที่แบคทีเรียใช้ในการย่อยสลายวัตถุที่สามารถย่อยสลายได้ และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ Andrew Griffiths บอกว่าโรงงานนี้เป็นเหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง โรงงานนี้เหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งมีของที่ชอบกินและไม่ชอบกิน

โรงงานคงจะรู้สึกแย่มากหากเราเปลี่ยนอาหารที่ให้มันกินอย่างกะทันหัน มันจะค่อยๆ มีวิวัฒนาการและมีพัฒนาการเมื่อเวลาผ่านไป

อุตสาหกรรมการเกษตรได้มีการใช้เทคนิคนี้มาแล้วเป็นเวลาหลายศตวรรษ แต่สิ่งที่ทำให้โรงงานใน Fawdon มีความเป็นแตกต่างออกไปก็คือความสามารถในการจัดการกับขยะเหลวได้อย่างรวดเร็วมาก

จากขยะกลายเป็นความอบอุ่น

กระบวนการย่อยสลายโดยไม่ใช้อากาศจะก่อให้เกิดแก๊สชีวภาพซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่มีแก๊สมีเทนเป็นองค์ประกอบหลัก แก๊สชีวภาพซึ่งผลิตขึ้นที่ Fawdon ให้พลังงานมากเพียงพอที่จะรองรับความต้องการทางด้านพลังงานประมาณ 5-8% ของโรงงาน

นอกจากใช้ในการผลิตพลังงานแล้ว โรงย่อยของเสียยังช่วยทำความสะอาดน้ำเสียที่ปล่อยออกมาจากโรงงานอีกด้วย

มันเปิดโอกาสให้เราสามารถลดของเสียลงได้เป็นจำนวนมาก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเรา

Andrew Griffiths, กล่าว

ถึงแม้จะใช้หลักการง่ายๆ แต่ระบบแก๊สชีวภาพก็ใช้ทั้งเงินและเวลาจึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงงานนี้ได้ทำโครงการนำร่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยทดลองกับระบบย่อยสลายโดยไม่ใช้ออกซิเจนขนาดเล็ก

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่สูงถึง 4.7 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งนับว่าไม่ถูกเลย แต่การประหยัดต้นทุนที่ได้จากโรงงานนี้ทำให้ระบบนี้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ปลอดขยะ (Zero waste)

โครงการที่ Fawdon เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ โครงการที่เนสท์เล่กำลังดำเนินการลงทุน

เมื่อไม่นานมานี้ ทางบริษัทได้มอบระบบย่อยสลายโดยไม่ใช้ออกซิเจนขนาดเล็กให้แก่ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในปานามา ซึ่งระบบนี้ช่วยเปลี่ยนของเสียที่เกิดจากปศุสัตว์ให้กลายเป็นปุ๋ยน้ำ เกษตรกรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไม้เป็นเชื้อเพลิงอีกต่อไป จึงช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าในบริเวณใกล้เคียง

เนสท์เล่ได้ดำเนินโครงการที่คล้ายกันนี้กับเกษตรกรที่ร่วมดำเนินงานกับบริษัทในประเทศต่างๆ เช่น จีน เม็กซิโก และปากีสถาน

โครงการเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างเพียงไม่กี่ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานของบริษัทเพื่อบรรลุเป้าหมาย การลดขยะจนเป็นศูนย์ในทุกโรงงานภายในปี 2020.

พฤติกรรมของมนุษย์

สำหรับ Andrew Griffiths แล้ว ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของโครงการลดขยะจนเป็นศูนย์ (zero waste) ก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแรงงาน การที่ได้เห็นขยะถูกแปลงไปเป็นพลังงานในโรงงานทำให้ทุกคนเริ่มหันมามองว่าตัวเองสามารถทำอะไรในส่วนของตนได้บ้างเพื่อสร้างความแตกต่างอย่างเช่นในโครงการนี้

workers 

“นับว่าโครงการนี้เป็นตัวกระตุ้นให้ทุกคนในโรงงานได้ตระหนักถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเรา" 

ถึงแม้แบคทีเรียจะมีขนาดเล็กมากก็ตาม แต่แบคทีเรียก็สามารถก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างมหาศาลไม่ว่าจะเป็นการลดการบริโภคพลังงาน กำจัดขยะและของเสีย และแม้แต่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์