Sort by
Sort by

เนสท์เล่ เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้

ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในการดูแลโลกผ่านงาน  Virtual talk ถ้าโลกคือบ้านหลังใหญ่ ใน 1 วัน เราทำอะไรเพื่อโลกได้บ้าง  
ELAM Virtual Talk

ท่ามกลางปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทั้งภูมิอากาศที่แปรปรวน ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาฝุ่นควัน ฯลฯ ได้คืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเราทุกคนที่อาศัยอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกันทุกพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมรุนแรงขึ้น ดังนั้นหากโลกใบนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแลและปกป้องบ้านหลังนี้ 

เช่นเดียวกับเนสท์เล่ที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนการดูแลและปกป้องธรรมชาติภายใต้ความเชื่อมั่นในพลังเล็ก ๆ ของเราทุกคน ที่จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมได้เพื่อส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไป จึงจัดกิจกรรมผ่านแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” (Every Little Act Matters)  เพื่อจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยไอเดียรักษ์โลกที่เหมาะกับแต่ละบทบาทและไลฟ์สไตล์ โดยชวนคุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ คุณเต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ คุณเปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของเพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป และ คุณจิรพัฒน์ ฐานสันโดษ ตัวแทนจากเนสท์เล่ มาให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และร่วมพูดคุยแบ่งปันไอเดียรักษ์โลก ในหัวข้อ “ถ้าโลกคือบ้านหลังใหญ่ ใน 1 วัน เราทำอะไรให้โลกได้บ้าง” โดยมี ดีเจนุ้ย – ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร รับหน้าที่พิธีกร

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจในจากจัดการครั้งนี้ว่า “ในช่วงที่เริ่มเกิดสถานการณ์โควิดขึ้นในประเทศ ทุกอย่างมีแต่ความไม่แน่นอน จึงมีการเรียกประชุมทีมเพื่อทำแผนงานสำรองหรือ Plan B มามากมาย จนถึงตอนนี้เนสท์เล่น่าจะได้ใช้ Plan B มาใช้มากกว่าแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่แรก แต่ในโลกของการทำธุรกิจ เรายังมีโอกาสได้ใช้แผนสำรอง หรือ Plan B ตลอด แต่ในทางกลับกัน สำหรับโลกของเรา เราไม่มีโลกสำรอง หรือ Planet B เราไม่สามารถทำแผนสำรองให้โลก เพราะเรามีโลกใบนี้ใบเดียวเท่านั้น ถ้าเราไม่ดูแลโลก โลกก็คงช่วยดูแลเราไม่ได้เช่นกัน การจัดงานครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยได้มีส่วนร่วมปกป้องโลกของเรา เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนมุมมองความคิดและการกระทำของเราในทุกๆ วัน แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่หากช่วยกันก็สามารถสร้างโลกที่ยั่งยืนเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลัง เนสท์เล่ดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจด้านความยั่งยืน ทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ลดการใช้พลาสติก และอีกหลายด้านเพื่อไปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050”


ถ้าโลกคือบ้านหลังใหญ่ ใน 1 วัน เราทำอะไรให้โลกได้บ้าง? 

อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงสายรักษ์โลก เล่าว่า “จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราลุกมาทำเพื่อสิ่งแวดล้อมมีอยู่หลายเหตุการณ์ที่หล่อหลอมมาเรื่อย ๆ รู้สึกว่าเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้ จึงหันมาศึกษาอย่างจริงจัง แล้วรู้ว่าผลกระทบที่จะเกิดกับโลกของเรามีเยอะมาก เราอาจมองว่าอยู่ในบ้านหลังเดียวแค่นี้ คงไม่มีผลอะไรแต่จริง ๆ แล้วทุกการตัดสินใจมีผล ทุกทรัพยากรที่เราใช้ น้ำ การเดินทาง อาหาร ส่งผลหมด ดังนั้นผมมองว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกคนต้องคิดพร้อมกัน เริ่มต้นที่ตัวเราก่อน ถ้าอีกล้านคนทำเหมือนเราจะสร้างผลกระทบมหาศาล ผมเองเริ่มจากการทำให้ทุกอย่างเล็กลงทีละนิด เวลาไปซื้อของก็จะเลือกที่มีสัญลักษณ์เกี่ยวกับความยั่งยืน แยกขยะเปียก ขยะแห้งก่อนทิ้ง ก็เป็นการส่งเสริมกระบวนการรีไซเคิล สุดท้ายผมอยากให้เรามีแนวคิดแบบยั่งยืน และเริ่มทำไปเรื่อย ๆ เพราะต่อไปคนที่จะได้รับผลที่ดีที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้คือตัวเรา ลูกหลานของเรา”  

 


เต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ นักแสดงที่หันมาให้ความสนใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ได้แชร์ประสบการณ์ว่า “เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวและเริ่มจากตัวเองได้จริง ๆ บางครั้งเราอาจต้องลดความสะดวกสบายส่วนตัวลงสักนิด แล้วนึกถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น อย่างหลอดกระดาษ บางคนอาจไม่ชอบ แต่ว่ามันเป็นการลดผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อม ทางผู้ผลิตก็พยายามคิดค้นและพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด อย่างเต้ยเองที่เป็นพรีเซนเตอร์ของเนสวิต้า ก็ดีใจมาก ๆ ที่เนสวิต้าใช้หลอดกระดาษ ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง เราก็ช่วยโลกได้ง่าย ๆ เช่น เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ เริ่มแยกขยะง่าย ๆ ด้วยการแยกขวดพลาสติกก่อน  และอีกสิ่งที่ทุกคนสามารถช่วยกันลดขยะได้ก็คือ การชอปปิง คิดก่อนซื้อทุกครั้งว่าจำเป็นไหม เลือกสิ่งที่อยู่กับเราได้นานๆ มันเป็นสิ่งง่าย ๆ ใกล้ตัวที่เราเริ่มได้ทันที” 



เปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของเพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป เล่าถึงปัญหาขยะว่า “เส้นทางของระบบการจัดการขยะนั้น ถ้าในครัวเรือนไม่ได้มีการแยกขยะมาตั้งแต่ต้นทางเมื่อส่วนกลางรับขยะมาแล้วจะทำให้ขยะหลายชนิดปะปนกัน การแยกขยะก็จะยากขึ้นและอาจมีส่วนหนึ่งต้องหลุดไปที่การฝังกลบและส่วนหนึ่งหลุดออกไปสู่ธรรมชาติด้วย เราทุกคนที่เป็นต้นทางจึงเลือกได้ว่าจะทิ้งขยะแบบไหน จะทิ้งแบบรวม ๆ ไปหรือทิ้งแยกและส่งให้คนที่ต้องการมัน เพื่อนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลต่อไป หากทำได้ครั้งหนึ่งเราจะเริ่มมีแรงใจมากยิ่งขึ้นในการที่จะเริ่มแยกขยะได้มากชิ้นขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงได้สร้างแอปพลิเคชัน “Green2Get” ที่ช่วยสแกนแยกประเภทของขยะเพื่อเชื่อมโยงระหว่างผู้บริโภคและผู้รีไซเคิล ทำให้เราสามารถหาผู้ที่ต้องการขยะชิ้นนั้นจริง ๆ และทำให้ทุกคนแยกขยะได้ง่ายขึ้น เพื่อไม่ให้มันไปจบที่การฝังกลบอย่างน่าเสียดาย” 


นอกจากนี้ เจ้าของเพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มทำเพื่อโลกของเราว่า “โลกเป็นบ้านหลังเดียวของเรา เวลาเราสร้างขยะเราทิ้งออกนอกบ้านได้ แต่ว่าโลกใบนี้ทิ้งขยะออกนอกโลกไม่ได้ ขยะก็ยังอยู่ ทรัพยากรก็เช่นกัน ในบ้านเราของหมดสั่งซื้อได้ โลกสั่งทรัพยากรจากดาวอื่นมาเติมไม่ได้ จึงอยากให้ทุกคนมีความเชื่อว่าเราทำเพื่อโลกได้ โลกนี้คือบ้านของเรา ขอแค่เริ่มเพียงเล็กน้อยก็เปลี่ยนโลกได้” 

เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้


จิรพัฒน์ ฐานสันโดษ ผู้จัดการบรรจุภัณฑ์ เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า “เนสท์เล่เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราจึงขอเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงและสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในวงกว้างกับโลกซึ่งเป็นบ้านของพวกเราทุกคน ด้วยพันธกิจที่มุ่งมั่นลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศโดยการลดปริมาณขยะและดูแลระบบการผลิตอาหารตั้งแต่การเพาะปลูก เก็บเกี่ยว ผลิต ขนส่ง ไปจนถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน เช่น การเปลี่ยนจากหลอดพลาสติกเป็นหลอดกระดาษ เปลี่ยนกระป๋องที่ทำจากดีบุกเป็นอะลูมิเนียมซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลได้ เพราะเราใส่ใจการเดินทางของบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นจนนำกลับมาใช้ใหม่ เป้าหมายของเราไม่ได้เพียงแค่ลดการทำร้ายโลก แต่เรายังต้องการฟื้นฟูรักษาเพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป”

รวมถึงแบ่งปันไอเดียรักษ์โลกที่เริ่มด้วยตัวเอง “ผมมีเป้าหมายที่จะลดขนาดถุงขยะในบ้าน จากที่ไปโรงงานขยะมาทำให้รู้ว่าเศษอาหารจะทำให้ขยะเน่า จึงแยกขยะเปียกที่เป็นเศษอาหารกับขยะแห้ง เวลาล้างจานผมจะนำบรรจุภัณฑ์ที่ใส่อาหารต่าง ๆ ไปวางในอ่างด้วย เพื่อให้น้ำชะล้าง ก่อนนำขยะไปแยกและส่งไปในที่ที่เหมาะสมต่อไป” จิรพัฒน์ กล่าวส่งท้าย 



ทางด้าน ดีเจนุ้ย – ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร เสริมว่า “บางคนอาจเห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่จริง ๆ ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบต่อเราโดยตรง  ลูกหลานของเรายังต้องใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ต่อ เราควรทำอะไรสักอย่างไว้ให้เขา หลายคนอาจกำลังทำอยู่ บางคนอาจจะเคยทำแต่พอนานไปอาจจะหลงลืมไปบ้าง จึงอยากให้ทุกคนหันกลับมาทำอะไรบางอย่างเพื่อโลกของเรา เพราะการดูแลโลกไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง โลกเป็นบ้านหลังใหญ่ ต้องช่วยกันดูแล” 



เนสท์เล่ขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมดูแลและปกป้องบ้านหลังใหญ่ไปพร้อมกันกับเรา เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อย เพราะเราเชื่อในพลังเล็ก ๆ ที่สามารถช่วยจุดประกายให้ทุกคนเห็นความสำคัญต่อการแก้ไปปัญหาขยะ และมีส่วนร่วมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เพื่อโลกที่ยั่งยืนในวันนี้พร้อมส่งต่ออนาคตที่ดีให้คนรุ่นถัดไป
 

 

นอกจากความพยายามในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เรายังร่วมรับผิดชอบต่อสังคมโดยเดินหน้ารับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero) ภายในปี 2593 ภายใต้แนวทางสู่ความยั่งยืนของเนสท์เล่