Back to all stories
2 minutes read
เมื่อคุณใช้ชีวิตประจำวันอย่างเร่งรีบ ก็ยากที่คุณจะมีเวลามาทบทวนเรื่องที่สำคัญๆ คุณรู้หรือไม่ว่าครอบครัวของคุณมีพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพหรือไม่ โชคดีที่บทความทางวิชาการชิ้นใหม่อาจช่วยชี้ทางสว่างว่าทารกและเด็กๆ มีพฤติกรรมอย่างไร

Preventing Chronic Disease ซึ่งเป็นวารสารจากศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา ได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับการศึกษาการป้อนอาหารทารกและเด็กวัยหัดเดิน (FITS) FITS เป็นการสำรวจที่ใหญ่ที่สุดใน สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับรูปแบบการกิน โภชนาการ และรูปแบบการใช้ชีวิตของเด็ก โดยมุ่งเน้นที่เด็กที่มีอายุ 0 - 4 ขวบ หนึ่งในหัวข้อที่มีการศึกษาก็คือความเข้าใจของพ่อแม่ที่มีต่อพฤติกรรมทางด้านสุขภาพของลูกของตน

มุมมองของพ่อแม่ที่มีต่อการกินและพฤติกรรมของลูกของตนมีความสำคัญมาก เนื่องจากมุมมองนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าแต่ละครอบครัวพยายามปฏิบัติตามข้อกำหนดทางด้านอาหารและการออกกำลังกายมากน้อยเพียงใด การศึกษานี้ทำการสำรวจเจตคติของพ่อแม่และพฤติกรรมของลูกเปรียบเทียบกับข้อแนะนำจาก โครงการ Healthy Active Living for Families ของสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันโภชนาการของเนสท์เล่ ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลในชีวิตจริงเมื่อเทียบกับคำแนะนำ

Fruit & veg

Child eating 

คำแนะนำ: รับประทานผักและผลไม้ 5 ส่วนต่อวัน

สิ่งที่เราทำ: พ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่าเด็กได้รับผักและผลไม้เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง มีเพียงเด็กวัยก่อนเรียนเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับผักและผลไม้ 5 ส่วนต่อวันตามที่แนะนำ

Screen time

Child using mobile phone 

คำแนะนำ: จำกัดเวลาหน้าจอไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็กที่มีอายุมากกว่า 2 ขวบ ห้ามใช้เวลาอยู่หน้าจอเลยสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ

สิ่งที่เราทำ: เด็กวัยหัดเดิน 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ไม่อยู่หน้าจอเลยตามข้อแนะนำ ขณะที่ 79 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยก่อนเข้าเรียนปฏิบัติตามคำแนะนำในการจำกัดเวลาที่ใช้ในการอยู่หน้าจอไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน

Physical activity

Child on bike 

คำแนะนำ: มีการเคลื่อนไหวออกแรงอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง

สิ่งที่เราทำ: ประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยหัดเดิน และ 71 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยก่อนเข้าเรียนมีการเคลื่อนไหวออกแรงอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงตามคำแนะนำ

Sugary drinks

Child drinking 

คำแนะนำ: จำกัดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นสารให้ความหวาน

สิ่งที่เราทำ: ประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยหัดเดิน และ 52 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยก่อนเข้าเรียนมีการจำกัดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นสารให้ความหวานตามคำแนะนำ


จากข้อมูลที่พบเหล่านี้ ทำให้เรารู้ว่าทารกวัยหัดเดินและเด็กวัยก่อนเข้าเรียนไม่ได้มีพฤติกรรมการกินและกิจกรรมตามคำแนะนำ พ่อแม่ปฏิบัติตนได้ดีมากในการทำตามคำแนะนำเกี่ยวกับการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรง และรับรู้ได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินของลูกว่าดีต่อสุขภาพน้อยลงเมื่อลูกมีอายุมากขึ้น อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องมีการให้การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างที่ยังไม่เป็นไปตามคำแนะนำ "การค้นพบของเราแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่จำเป็นต้องมีการศึกษาและได้รับคำแนะนำเพิ่มมากขึ้นในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการป้อนอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ลูก" Denise Deming, Ph.D., หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จาก FITS US กล่าว

การค้นพบของเราแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่จำเป็นต้องมีการศึกษาและได้รับคำแนะนำเพิ่มมากขึ้นในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการป้อนอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ลูก Denise Deming, Ph.D., หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จาก FITS US

การวิจัยของ FITS ช่วยเติมเต็มข้อมูลที่สำคัญซึ่งขาดหายไป การวิจัยนี้สนับสนุนการดำเนินการของ Gerber ในการเข้ามามีส่วนร่วมทางด้านโภชนาการสำหรับทารก เด็กวัยหัดเดิน และเด็กวัยก่อนเข้าเรียน จากข้อมูลนี้ จะช่วยให้ Gerber สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีสารอาหารซึ่งเหมาะสมตามหลักวิทยาศาสตร์และหลักโภชนาการ การศึกษาครั้งใหม่ของ FITS ทางด้านนี้ มีการรวบรวมข้อมูลจากทารกและเด็กเล็กมากกว่า 3,000 คน ข้อมูลใหม่นี้จะช่วยปรับปรุงความรู้ของเราในหลายๆ ด้านที่เกี่ยวกับอาหารและรูปแบบการใช้ชีวิตของเด็กเล็ก

กรุณาอ่าน บทความ CDC ต้นฉบับ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การศึกษาการป้อนอาหารทารกและเด็กวัยหัดเดิน (FITS).