วิสัยทัศน์

ศูนย์วิจัยเนสท์เล่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันใน เชิงธุรกิจ ทำให้เนสท์เล่ก้าวสู่ผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารที่มุ่งเน้นโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี

เนสท์เล่เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารที่มีเครือข่ายวิจัยและพัฒนาสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีนักวิจัยกว่า 5,000 คนในศูนย์วิจัย 29 แห่งทั่วโลก ทำการค้นคว้า วิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแต่ละประเทศ

เนสท์เล่ยังร่วมมือกับหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในด้านการวิจัย และพัฒนาตลอดทั้งกระบวนการผลิต โดยร่วมมือกับบริษัทค้นคว้าด้านเทคโนโลยีชีวภาพนับตั้งแต่เริ่มต้นพัฒนาสินค้าไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายในการผลิตสินค้า

การร่วมมือกันระหว่างศูนย์วิจัยเนสท์เล่ทั่วโลก ทำให้เนสท์เล่สามารถผลิตสินค้าที่ปลอดภัย และมีคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก นอกจากจะต้องมีรสชาติที่ดีแล้วยังครอบคลุมทั้งเรื่องโภชนาการ สุขภาพและร่างกายที่ดีอีกด้วย เหนื่อสิ่งอื่นใด คุณภาพสินค้า และความปลอดภัยในทุกผลิตภัณฑ์ที่ไปสู่ผู้บริโภคเป็นสิ่งที่เนสท์เล่ให้ความสำคัญสูงสุด

ศูนย์วิจัยเนสท์เล่ยึดหลักและกฏระเบียบในการผลิต รวมทั้งการพิจารณากฏระเบียบเฉพาะของแต่ละประเทศในทุกขั้นตอนการพัฒนาสินค้า จึงทำให้เนสท์เล่สามารถผลิตสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นักวิทยาศาสตร์ของเนสท์เล่ยังมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ในด้านโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพแก่ผู้บริโภค เช่นเดียวกับนักโภชนาการของเนสท์เล่ทั่วโลกที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการให้ข้อมูลทางโภชนาการทั้งบนบรรจุภัณฑ์และสื่อต่างๆ นั้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์และเข้าถึงผู้บริโภค

ในอนาคตศูนย์วิจัยเนสท์เล่จะใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มากไปกว่าการให้คุณค่าทางโภชนาการ โดยยึดหลัก 2 ประการคือ

การวิจัยพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

การใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

วิสัยทัศน์นี้เป็นเป้าหมายในระยะยาวของศูนย์วิจัยเนสท์เล่ และนี่เป็นข้อมูลเพียงบางส่วนที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการของศูนย์วิจัย เนสท์เล่ เพื่อการก้าวไปสู่เป้าหมายในอนาคต

เวอร์เนอร์ เบาเออร์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี เนสท์เล่ เอสเอ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาเนสท์เล่