เมื่อลูกท้องเสีย

ก.ค. 21, 2557

ปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย เป็นเรื่องหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวล ไม่ว่าจะท้องผูก หรือท้องเสีย ยิ่งเด็กเล็กๆ มักมีโอกาสท้องเสียได้ง่าย เพราะมักจับโน่นจับนี่ และหยิบของเข้าปากโดยไม่ล้างมือก่อน หรือจากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป อาการท้องเสียเป็นระบบป้องกันตัวเองจากสารพิษต่างๆ ที่เด็กได้รับเข้าไป แต่หากถ่ายมากเกินไปก็จะทำให้มีการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้เพลีย  ขาดน้ำ และเป็นอันตรายได้  นอกจากนั้นการที่ลูกท้องเสียบ่อยๆ จะมีผลกระทบต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อยได้

แบบไหนที่เรียกว่าท้องเสีย

อาการที่เด็กท้องเสียสังเกตได้จากการถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำพุ่งหรือถ่ายเป็นมูกเลือด 1 ครั้งหรือมากกว่า และอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ อาเจียน โดยเฉพาะท้องเสียที่เกิดจากไวรัสโรต้าจะมีอาการอาเจียนมากร่วมด้วย

ท้องเสีย ควรดูแลอย่างไร

  • เด็กที่กินนมแม่ ให้กินนมแม่ต่อไป เพราะนมแม่มีภูมิคุ้มกันช่วยปกป้องร่างกายของลูก
  • เด็กที่กินนมผสมให้ชงนมเหมือนเดิม  ไม่ต้องเจือจาง แต่ให้ปริมาณน้อยลงแต่บ่อยขึ้น เพื่อให้ได้รับสารอาหารในแต่ละวันอย่างเพียงพอ
  • เด็กที่กินอาหารเสริมหรืออาหารอื่นแล้ว ควรจัดอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม และควรปรับรูปแบบการกิน จากที่เคยกินเยอะ ทีเดียวหมด ให้กินทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อให้ลำไส้ค่อยๆ ย่อยและดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงร่างกาย หากให้อาหารเร็ว ลำไส้ย่อยและดูดซึมไม่ได้ก็จะมีอาการท้องเสียตามมาอีกได้ งดอาหารย่อยยากโดยเฉพาะอาหารไขมันสูง งดน้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก
  • กินน้ำเกลือแร่โออาร์เอส เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไป โดยให้กินครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
  • ไม่ควรให้ยาแก้ท้องเสียหรือยาหยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในลำไส้ไม่ถูกขับออกมา เกิดการสะสมอยู่ในร่างกาย และอาจทำให้เชื้อกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้
  • ถ้าให้นมผสมและอาการถ่ายไม่ดีขึ้นหลัง 3 วัน อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นนมที่ปราศจากน้ำตาลแลคโตสหรือ Lactose-free เนื่องจากในช่วงที่ท้องเสียเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้เล็กส่วนที่ผลิตเอ็นไซม์แลคเตสจะถูกทำลาย โดยมากจะให้ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากร่างกายสร้างเซลล์เยื่อบุลำไส้ขึ้นใหม่ทดแทนเยื่อบุเดิมที่ถูกทำลายแล้ว ร่างกายของลูกก็จะสามารถผลิตเอ็นไซม์แลคเตสได้ดังเดิมและกลับมาดื่มนมปกติได้เหมือนเดิม
  • หากมีอาการซึมผิดปกติ กระสับกระส่าย ริมฝีปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ตาโหลลึก กระหม่อมบุ๋ม และอาจมีอาการหัวใจเต้นเร็ว เหนื่อยหอบ ปัสสาวะน้อยมีสีเข้ม ให้รีบไปพบแพทย์