เทคนิคการเลือกซื้ออาหารแบบเฮลท์ตี้

มี.ค. 24, 2557

เวลาเลือกซื้ออาหารเข้าบ้านแต่ละครั้ง คุณผู้อ่านเคยสังเกตบนชั้นวางสินค้าไหมคะว่าเดี๋ยวนี้มีสิ่งของล่อตาล่อใจเยอะขึ้น ทั้งยี่ห้อเก่ายี่ห้อใหม่หลากหลายรสชาติ แพ็คเกจจิ้งสวยงาม แถมยังมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกระจาย เทคนิคยุทธการเหล่านี้แหละที่ทำให้ผู้บริโภคแบบเราๆ ไม่ทันตั้งตัว มาได้สติอีกทีก็ตอนจ่ายเงินหิ้วของกลับบ้านแบบงงๆ ไปแล้ว ซึ่งบางครั้งเราก็มัวจดจ่อที่ราคาและความคุ้มค่ามากเกินไปจนลืมอ่านฉลาก ข้อมูลโภชนาการ หรือส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารที่เราเลือกมาบริโภคซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของเราต่อไปได้ ถึงเวลาที่ต้องปฎิวัติตัวเองใหม่แล้วล่ะค่ะ ต่อไปนี้คุณต้องมีสติในการเลือกซื้ออาหารให้มากขึ้น อย่าสนใจสิ่งจูงใจมากเกินไป และอย่าลืมอ่านฉลากก่อนซื้อ เรามีเทคนิคดีๆ มาบอกกันค่ะ

ก่อนหยิบอย่าลืมอ่านฉลาก
นอกจากอ่านชื่อยี่ห้อ ปริมาณ และข้อความด้านหน้าผลิตภัณฑ์อาหารแล้วอย่าลืมพลิกกลับไปอ่านด้านหลังและบริเวณอื่นๆ ด้วย เพราะบนบรรจุภัณฑ์จะมีข้อมูลโดยละเอียดของผลิตภัณฑ์นั้นๆ อยู่ เช่น

  • Natural ต้องเลือกชนิดที่เขียนว่า "Natural 100%” หรือ "ไม่ใส่สารกันบูด" และทางที่ดีควรดูส่วนผสมจริงๆ ด้วยว่าธรรมชาติ 100% หรือเปล่า
  • โฮลเกรน หรือ ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุด โดยยังคงมีส่วนประกอบสำคัญอยู่อย่างครบถ้วน ทั้งเยื่อหุ้มเมล็ด เนื้อเมล็ด และจมูกข้าว เพื่อให้ได้ประโยชน์จากธัญพืชอย่างครบถ้วนควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโฮลเกรน
  • ปราศจากน้ำตาลหรือปราศจากไขมัน แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็ไม่ได้ปราศจากพลังงานนะจ๊ะ ก่อนหยิบใส่ตะกร้าอย่าลืมพลิกดูปริมาณพลังงานให้ดีก่อนด้วย

               
ตารางข้อมูลโภชนาการมีประโยชน์มากนะ
ตารางหรือกรอบข้อมูลโภชนาการนี้หลายคนมักจะมองข้าม เพราะมีแต่ตัวหนังสือขนาดเล็กๆ อ่านไม่ค่อยสบายตา ถ้าใครไม่ชอบอ่านลองอ่านสักครั้งเถอะค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่านี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ เพราะในตารางนี้บอกทุกอย่างที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณกำลังจะกินเข้าไป มาดูกันค่ะว่ามันบอกอะไรบ้าง

ปริมาณในการรับประทาน
จะบอกปริมาณที่แนะนำสำหรับการบริโภคต่อครั้งว่าควรกินครั้งละเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น ถ้าบนฉลากขนมถุงหนึ่งบอกว่า หนึ่งหน่วยบริโภค : 1/2 ซอง หมายความว่าแนะนำให้กินครั้งละครึ่งซอง ซึ่งจะทำให้เราจะได้รับพลังงานและสารอาหารต่างๆ ตามตัวเลขที่ระบุตรงคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภคที่ระบุบนซองนั้น ส่วนจำนวนหน่วยบริโภคต่อซอง: 2 หมายความว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถแบ่งกินได้ 2 ครั้ง ดังนั้น ถ้าเรากินขนมนั้นหมดซองเลย ปริมาณพลังงานและสารอาหารที่ได้ก็คือต้องคูณสองเข้าไป เช่น กินครึ่งซองหรือหนึ่งหน่วยบริโภคได้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี ดังนั้นถ้ากินหมดซองนั้นเลยซึ่งมีสองหน่วยบริโภคก็จะได้พลังงานทั้งหมด 300 กิโลแคลอรีนั่นเอง

คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
เป็นส่วนที่บอกปริมาณพลังงานทั้งหมด พลังงานจากไขมัน และปริมาณสารอาหารต่างๆ เช่น ไขมันทั้งหมด โคเลสเตอรอล โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร น้ำตาล โซเดียม รวมถึงพวกวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่เราจะได้จากการกินผลิตภัณฑ์อาหารนั้นต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ดังตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพื่อสุขภาพที่ดีเราก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล โซเดียม น้อยๆ เพราะสารอาหารเหล่านี้หากบริโภคมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ นอกจากนี้ข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับภาวะสุขภาพได้ เช่น ผู้ที่มีปัญหาโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีโคเลสเตอรอลหรือโคเลสเตอรอลต่ำ หรือหากต้องการควบคุมน้ำหนัก ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีพลังงาน ไขมัน และน้ำตาลน้อยๆ เป็นต้น

ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน
บอกให้รู้ว่าเราควรได้รับสารอาหารต่างๆ ในปริมาณเท่าไหร่  เช่น  ปริมาณใยอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน คือ 25 กรัม โคเลสเตอรอลควรจำกัดการบริโภคให้น้อยกว่า 300 มิลลิกรัม หรืออย่างโซเดียม แนะนำให้บริโภคน้อยกว่าวันละ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นต้น ซึ่งหากเป็นการแสดงกรอบข้อมูลโภชนาการอย่างย่อข้อมูลส่วนนี้จะไม่ได้แสดงให้เห็น


เห็นมั้ยคะว่า การอ่านฉลากมีประโยชน์มากช่วยให้เราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพได้ ดังนั้น เมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารครั้งต่อไปอย่าลืมใส่ใจอ่านฉลากกันนะคะ