สร้างสมดุลให้ชีวิตกับแนวคิด Wellness Lifestyle

พ.ย. 1, 2553
Wellness Lifestyle คือหนึ่งในเคล็ดลับที่จะทำให้ชีวิตคนในยุค 2012 ซึ่งต้องผจญกับความเร่งรีบและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สมบูรณ์แบบมากขึ้นกว่าเดิม โดยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อผสมผสานให้สุขภาพกายและสุขภาพใจพบกันครึ่งทางจนกลายเป็นความสุขในการใช้ชีวิตที่มากขึ้นเพราะมีร่างกายที่แข็งแรง และมีใจที่เต็มไปด้วยความสุข

หลักการง่ายๆ ของ Wellness Lifestyle เริ่มต้นจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และหาเวลาว่างสำหรับผ่อนคลายความตึงเครียดบ้าง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักและเข้าใจว่าดี แต่มักจะทำกันไม่ได้ หรือเมื่อเริ่มต้นลงมือทำกลับพบว่ายากแสนยาก นั่นก็เพราะความเข้าใจที่ผิดและใช้วิธีการที่ไม่ถูกนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น การพยายามหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมันๆ เพราะคิดว่ามีคอเลสเตอรอลสูงและจะทำให้น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นความคิดที่ผิดสำหรับการเริ่มต้นดูแลตัวเอง เนื่องจากในความเป็นจริงแล้วอาหารทะเลในจำพวกกลุ่มที่มีเปลือกอย่าง กุ้ง ปู ปลาหมึกหรือเครื่องในสัตว์ก็เป็นอาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูงเช่นกัน ซึ่งหากคิดจะดูแลน้ำหนักแล้ว อาหารในกลุ่มนี้ก็ควรจะเว้นสักระยะหรือรับประทานให้น้อยลงด้วย

เมื่อรู้และเข้าใจแล้วว่า อาหารแต่ละชนิดล้วนเต็มไปด้วยคุณประโยชน์และโทษที่แตกต่างกัน การดูแลร่างกายให้ดีก็ควรจะทำโดยผ่านการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าร่างกายของเราต้องการเติมเต็มโภชนาการด้านไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าและมีความจำเป็นต้องลดอะไรลงบ้างเพื่อที่การดูแลร่างกายจะได้ไม่เป็นการทำลายสุขภาพโดยรวมทางอ้อม ที่สำคัญควรรับประทานอาหารที่มีความหลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนด้วย

ส่วนคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำแต่กลับลดน้ำหนักไม่ได้ เคยสังเกตไหมว่าเป็นเพราะคุณออกกำลังกายอย่างหนัก และหลังจากนั้นก็รับประทานเข้าไปอย่างเต็มที่ นั่นก็ทำให้การควบคุมน้ำหนักไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายที่ดีจึงต้องทำควบคู่กับการควบคุมโภชนาการ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะกับการใช้พลังงานในแต่ละวันด้วย

ดังนั้นวิถีชีวิตแบบ Wellness Lifestyle จะเกิดขึ้นได้ต้องรู้จักสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต โดยมีหลักการง่ายๆว่า รับประทานเท่าไหร่ให้ใช้ให้หมด ด้วยการขยับร่างกายอยู่เสมอ ไม่จำเป็นว่าต้องไปออกกำลังกายในฟิตเนตเท่านั้น แม้แต่การทำงานบ้าน การเดินแทนขับรถ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายแล้ว การได้เคลื่อนไหวร่างกายใช้พลังงานอยู่เสมอย่อมดีกว่าการไปหักโหมออกกำลังกายโดยไม่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเลย อีกทั้งเมื่อเวลาที่เลือกซื้ออาหารก็ควรอ่านฉลากโภชนาการให้เป็นเพื่อให้รู้ว่าอาหารที่รับประทานเข้าไป ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานหรือสารอะไรบ้าง และการดื่มน้ำเปล่าคือหัวใจที่สำคัญที่สุดของหลักการ Wellness Lifestyle โดยในแต่ละวันควรจิบน้ำบ่อยๆ อย่าปล่อยให้รู้สึกกระหายน้ำ เพราะนอกจากจะเป็นอาการที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังขาดน้ำแล้ว ยังจะส่งผลต่อเนื่องถึงระบบต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย เช่น ความไม่กระจ่างใสของผิว ระบบย่อยอาหาร หรือแม้กระทั่งความสมดุลของอารมณ์

สุดท้ายคือ การให้เวลากับจิตใจของตัวเองและคนในครอบครัวได้ผ่อนคลายโดยการชวนไปเที่ยวหรือทำงานอดิเรกร่วมกันเพื่อให้ความรัก ความอบอุ่นได้สร้างความสุขให้เกิดขึ้นในจิตใจของทุกคนจนกลายเป็นสุขภาพจิตที่ดี ขอให้ทุกคนมีกำลังใจลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนชีวิตให้สำเร็จและมีคุณภาพดีกันถ้วนหน้า