Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
กรกฎาคม 01, 2011

ทำไงดี เมื่อพลังชีวิตเหลือ1ขีด!!!

ทำไงดี เมื่อพลังชีวิตเหลือ1ขีด!!!
ใครเคยเป็นแบบเราบ้าง ตื่นเช้ามาไม่มีแรง หน้าตาดูไม่ได้ จิตใจห่อเหี่ยว มาทำงานแบบขอไปที แต่มาถึงกลับทำงาน เกินจริง ชิ่ง ก็ไม่ได้ โอ๊ย!!!เหนื่อยจะเคลียร์ กลายเป็นคนจิตตก แถมซึมเศร้าไปโดยปริยาย ทั้งๆที่ปกติเป็นคนร่าเริงแบบสุดๆ นาทีนั้นเลยบอกตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว ต้อง “ปฎิวัติ” ก่อนที่พลังวัตรจะหมดไปไม่เหลือเลยซักขีด!!! โดยเริ่มจาก

นอนหลับให้เพียงพอ เพราะ เคยได้ยินมาว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเห็นผลทันตา โดยให้นอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง โดยเริ่มง่ายๆจากปกติเราเคยนอน ประมาณห้าทุ่ม เพราะมัวแต่เคลียร์งาน ทีนี้ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น สี่ทุ่มครึ่ง แล้วก็ช่างหัวงาน ค่อยเคลียร์ตอนเช้า เพราะเราหัดบริหารเวลาใหม่ พอทำมาได้อาทิตย์หนึ่ง รู้สึกสดชื่นขึ้น เข็มพลังกายเริ่มขยับขึ้นมา 1 ขีดแล้ว แต่พลังใจยังไม่ขยับ

เลยลองวิธีที่2 ด้วยการกำจัดสิ่งเล็กน้อยกวนใจ เช่น ห้องรกก็เก็บซะ โต๊ะทำงานที่มีแต่กองเอกสารก็จัดเรียงใหม่ เพราะเขาว่ากันว่า ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เราเครียดได้โดยไม่รู้ตัว คิดดูสิ ว่าตอนเช้าตื่นมาแทนที่จะรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง เพราะได้เห็นห้องโล่งๆ แต่กลับต้องมาเจอกับกองงานและกองขยะ เช้านั้นทั้งเช้าก็เลยหงุดหงิดไม่สดใส พอลองทำแล้วสังเกตอาการตัวเอง เออ!!รู้สึกดีขึ้นจริงด้วย พลังใจเริ่มขยับขึ้นแล้ว 1 ขีด มาถึงที่ทำงาน แค่เห็นฮวงจุ๊ยก็เบื่อแล้ว เอ๊ะ! งั้นลอง !!เหมือนได้โต๊ะใหม่ บรรยากาศ ใหม่ๆเลยตามมา อารมณ์สุนทรีย์ขึ้นอีกเยอะ

พอนั่งทำงานไปได้สักพักกลายเป็นติดหนึบ รากงอกติดเก้าอี้ ความเบื่อเลยเกิดขึ้นอีกแล้ว ทีนี้เลยหาวิธีแก้ด้วยการ Break Routine ลุก ออกไปเดินเล่นบ้าง โดยอาสาไปซื้อขนมให้เพื่อน เดินไปแต่งสวยในห้องน้ำหรือจะแกล้งเดินไปคุยงานกับแผนกอื่นก็เนียนๆไปแบบ เจ้านายไม่ว่า ปรากฎว่าหายค่ะ ได้ขยับร่างกายบ้างอะไรบ้าง วันนี้พลังกายและพลังใจเลย ขึ้นมาอีก 2 ขีด จนเกือบเต็ม เฮ้อ!!โล่งอก

พอตกเย็น เลิกงานไปสังสรรค์กับเพื่อนดีกว่า โทร นัดรวมพลคนพรรค์เดียวกัน แล้ว “แชร์” ค่ะ ประสบการณ์มีไว้ให้จำและแชร์ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ระบายๆๆๆ เฮ้อ!!โล่งอก การที่เราได้รับรู้ว่ายังมีใครที่เป็นห่วงและอยากรับฟัง (อย่างจริงใจ) เป็นความรู้สึกที่ดีเกินคาด กำลังใจจากคนที่เรารักและรักเราช่วยชีวิตไว้แท้ๆ

สุดท้ายของวันเลยขอมานั่งสมาธิ อยู่กับตัวเองสักพัก ประมาณ 10 นาทีก่อนนอน ปล่อยให้หัวสมองว่างเปล่าซะบ้าง ปลดปล่อยความยุ่งเหยิงที่เจอมาทั้งวันให้ลอยไปกับอากาศ แล้วนอน ที่สำคัญให้กำลังใจตัวเอง เราไม่มีทางดีขึ้นได้ถ้าไม่รู้จักให้กำลังใจตัวเอง นอกจากนั้นการได้กำลังใจเหมือนการได้วัคซีนป้องกันโรคอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่นานเราก็จะมีภูมิคุ้มกันใจตัวเองและมีแรงสู้ต่อไปได้ มาถึงตอนนี้พลังชีวิตเราบิวท์ขึ้นมาเต็มแมกซ์แล้ว พร้อม สู้วันใหม่ (อีกรอบ) เลยอยากบอกต่อว่าใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ ให้รีบแก้ไขกันแบบด่วนๆ เพราะถ้าปล่อยนานอาจเกินเยียวยา รักษาไม่หาย พาลหน่ายชีวิต จิตตก จนหมดไฟในที่สุด ฉะนั้นเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอให้หายจากโรค “ขาดพลัง” กันซะที

Chic Think:
ไม่มี ใครอยากจะอยู่กับคนจิตตกหรอกนะ การที่วันๆเอาแต่พร่ำบ่นถึงเรื่องงาน เรื่องปัญหา ให้คนอื่นรับฟัง พูดได้ ระบายได้แต่อย่าบ่อย เพราะถ้าใน1 อาทิตย์ 3 วันเอาแต่พูดบ่นเรื่องไม่จรรโลงใจ อีก2วันนั่งรองไห้ แบบนี้ใครก็คงช่วยไม่ได้ (และไม่อยากช่วย) ฉะนั้นให้คิดซะว่า คนเราเจอปัญหาได้ตลอดเวลา แต่อย่าเสียเวลายกปัญหามาไว้ในชีวิต เอาเวลาที่มีไปลั้นลา เอ็นจอยกับชีวิตยังจะคุ้มซะกว่ามานั่งถอนหายใจเฮือกๆ เป็นคนร่าเริง ใครๆก็อยากอยู่ด้วยนะจะบอกให้
Article Type