คณะกรรมการ และกรรมการบริหารบริษัทเนสท์เล่

กลับไปหน้าข่าวประชาสัมพันธ์ก.ค. 1, 2559

 

          ณ การประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 150 ของเนสท์เล่ เอสเอ ในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560  ปีเตอร์ บราเบ็ค เล็ทมาเธ ประธานคณะกรรมการบริษัทจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งตามกฎของบริษัท

          มร.ปีเตอร์ บราเบ็ค เล็ทมาเธ ทำงานกับเนสท์เล่มาเป็นเวลาถึง 50 ปี โดยดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการบริหาร (Executive Board) 14 ปี เป็นประธานคณะผู้บริหาร (CEO) 11 ปี และเป็นประธานกรรมการ (Chairman) อีก 12 ปี ซึ่งปัจจุบันเขาได้ถึงวาระการเกษียณ และจะสละทุกตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัทฯ

          คณะกรรมการบริหารได้ตัดสินใจเสนอ พอล บูเก้ ประธานคณะผู้บริหาร (CEO) คนปัจจุบันของเนสท์เล่ สำหรับการเลือกตั้งประธานกรรมการบริษัทในการประชุมสามัญประจำปีครั้งถัดไป ในวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560 นี้

          เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการรับตำแหน่งในอนาคต มร.บูเก้จะพ้นจากตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นการเว้นระยะขั้นต่ำตามช่วงเวลาที่บริษัทกำหนด

          พอล บูเก้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร และเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัทตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2551 ภายใต้ความสำเร็จในการบริหารงานมากกว่า 8 ปี ซึ่งทำให้เนสท์เล่มีการเจริญเติบโตที่ดีกว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน และได้สร้างความก้าวหน้าให้กับเส้นทางการเป็นผู้นำด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของบริษัทฯ

          ในการประชุมคณะกรรมการสรรหาพิเศษและคณะกรรมการบริษัทนั้น คณะกรรมการยังคงตอกย้ำถึงทิศทางในระยะยาวของการเป็นผู้ด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี และแสดงเจตจํานงในการควบรวมเนสท์เล่ เฮลธ์ ไซแอนส์ เอสเอ และเนสท์เล่ สกิน เฮลธ์ เอสเอ เข้าภายใต้การบริหารงานของเนสท์เล่ และรายงานตรงต่อประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ เอสเอ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

          จากการเน้นย้ำกลยุทธ์ในระยะยาวและการควบรวมขององค์กร คณะกรรมการได้มีมติเอกฉันท์ในการแต่งตั้งอุล์ฟ มาร์ค ชไนเดอร์เป็นประธานคณะผู้บริหาร (CEO) เนสท์เล่ เอสเอคนใหม่ เริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 และจะได้เสนอชื่อเข้าเลือกตั้งต่อคณะกรรมการบริษัทในการประชุมสามัญประจำปีพ.ศ. 2560

          อุล์ฟ มาร์ค ชไนเดอร์ อายุ 50 ปี สัญชาติเยอรมันและอเมริกัน เคยเป็นประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซนีอุส ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย เซนต์ กัลเลน และปริญญาโทจากคณะบริหารธุรกิจ MBA จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

          บริษัทเฟรเซนีอุสผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสำหรับการกรองของเลือดของผู้ป่วยทั้งในและนอกโรงพยาบาล และบริษัทฯได้เติบโตภายใต้การบริหารของ มร.ชไนเดอร์ตลอดเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้ ด้วยพนักงานมากกว่า 220,000 คน ในกว่า 100 ประเทศ และยอดขายถึง 28,000 ล้านยูโรต่อปี เฟรเซนีอุสเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านการดูแลสุขภาพที่ให้บริการอันหลากหลายรูปแบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

          เพื่อทำให้ช่วงการส่งต่อตำแหน่งเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุดนั้น มร.ชไนเดอร์จะเริ่มมาร่วมงานกับเนสท์เล่ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 นี้ เป็นช่วงเริ่มต้น

พร้อมกับพอล บูเก้ ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจอุปโภคบริโภค FMCG ทีมงานใหม่นี้เป็นทีมในอุดมคติที่จะขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ ให้กลายเป็นผู้นำด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่มีความโดดเด่น โดยยังคงผลักดัน หลักปฎิบัติของเนสท์เล่และคุณค่าขององค์กรไว้

          ปีเตอร์ บราเบ็ค เล็ทมาเธ ประธานกรรมการบริษัทเนสท์เล่: “การแต่งตั้งพอล บูเก้เป็นประธานกรรมการ และอุล์ฟ มาร์ค ชไนเดอร์เป็นประธานคณะผู้บริหารจะทำให้สามารถเพิ่มศักยภาพของเนสท์เล่ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญของโลก ในการขับเคลื่อนการเป็นผู้นำด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างโดดเด่น พร้อมกับทีมผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมของเนสท์เล่ ซึ่งเราได้เตรียมเนสท์เล่ให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่ยากลำบาก และพร้อมที่จะบรรลุเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้”

          พอล บูเก้ ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเนสท์เล่: “ผมขอขอบคุณคณะกรรมการบริหารที่ให้ความไว้วางใจที่เสนอให้ผมเป็นประธานกรรมการบริษัท และผมรอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับอุล์ฟ มาร์ค ชไนเดอร์ เพื่อสานต่อความสำเร็จของเนสท์เล่ อุล์ฟ มาร์ค ชไนเดอร์จะนำเอาความเป็นมืออาชีพและทักษะการบริหารบุคลากรมาผสานกับทีมบริหารที่มากด้วยประสบการณ์ของเนสท์เล่ และวัฒนธรรมขององค์กรได้อย่างดี”

          อุล์ฟ มาร์ค ชไนเดอร์: “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นที่ได้รับโอกาสมาร่วมงานกับเนสท์เล่ ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทข้ามชาติ ที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจและมีโอกาสอันยิ่งใหญ่ในอนาคต มีผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจอย่างยิ่งในเรื่องสุขภาพส่วนตัวและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น เนสท์เล่ซึ่งเป็นผู้นำโลกในอุตสาหกรรมธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ได้แสดงจุดยืนในการพัฒนาวิสัยทัศน์ด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี ผมรอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานเนสท์เล่ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน เพื่อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์นี้”